เกร็ดความรู้

การซื้อรอกตกปลาฉบับมือใหม่

อุปกรณ์ตกปลาถือเป็นอุปกรณ์เครื่องมือกลุ่มหนึ่ง ที่มีราคาค่อนข้างแพงอยู่พอสมควรเพราะฉะนั้นมันจึงเป็นกำแพงที่อาจขวางกั้น สำหรับผู้ที่คิดจะสนใจลองเข้ามาสู่โลกแห่งวงการตกปลา ซึ่งถ้าหากคนไหนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะหันมาเริ่มต้นลงทุน กับการตกปลาอย่างจริงจัง การเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีคุณภาพที่ใช้ได้นานจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยหนึ่งในอุปกรณ์ที่ต้องตัดสินใจเลือกให้ดีที่สุดนั่นก็คือ รอก เพราะรอกนั้นถือเป็นส่วนที่ต้องทำงานหนักมากในการตกปลา เพื่อทำหน้าที่ดึงและควบคุมเอ็นตกปลา รวมถึงเสปคของรอก ที่ต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งานก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน

การเลือกซื้อรอก

ปกติแล้วเราจะเลือกซื้อรอกตกปลา โดยสังเกตจากลายละเอียดที่มีระบุไว้ในบริเวณข้างกล่องซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราสามารถประเมินได้อย่างชัดเจนที่สุด โดยลายละเอียดข้อมูลเสปคของรอกจะมีอธิบายอยู่ด้วยกันดังต่อไปนี้

1.อัตราทด

ถือเป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่นักตกปลามืออาชีพต่างเลือกสังเกต ซึ่งอัตราทดนั้นสามารถ บอกได้ถึง โรเตอร์หมุนได้เท่าไหร่แล้วมีความเร็วเท่าไหร่ (เร็วน้อยเก็บสายได้ช้า-เร็วมากก็จะยิ่งหนักมือ) ความเร็วของการรอกสายพร้อมเหยื่อตกปลา

2.ขนาด และ น้ำหนักของรอก(เฉพาะตัวเปล่า)

ยิ่งหนักมาก ก็ยิ่งไม่เหมาะกับการถือเป็นเวลานาน ถ้าเป็นรอกตีเหยือปลอมควรจะมีขนาดเหมาะสม และน้ำหนักเบา

3.ลูกปืน

ถือเป็นส่วนที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่าส่วนไหน ๆ เพราะเป็นอะไหล่ที่มีผลกับการกรอกสายในการตกปลาโดยตรง ไปจนถึงการใช้เทคนิค การตีเหยื่อใกล้-ไกล (รอกเบท หรือ รอกหยดน้ำ)

4.อัตราเก็บสาย

บอกถึงในขณะที่หมุนรอก 1 ครั้ง เราจะดึงสายกลับมาได้เท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้เราจะสามารถสร้างแอ็คชั่นของเหยื่อปลอมได้ง่ายมากขึ้น ว่าเราจะเก็บสายด้วยความเร็วประมาณเท่าไหร่ต่อการหมุน 1 รอบ

5.น้ำหนักเบรคเหมาะสมสูงสุด

เพราะ รอกแต่ละอันนั้นจะมีปริมาณของเบรคที่เหมาะสมกับตัวรอกอยู่ ซึ่งต้องเป็นในปริมาณที่พอเหมาะ โดยถ้าหากเราปิดเบรคในปริมาณน้ำหนักประมาณนี้พอเหมาะกับที่ระบุมาในข้างกล่อง รอกจะไม่เกิดความเสียหาย แต่หากมากกว่านั้น อาจทำให้ตัวรอกเกิดความเสียได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตรงมากกว่านั้นไม่ได้ซะทีเดียว ตัวอย่างเช่น กล่องกำหนดน้ำหนักเบรคมาให้สูงสุดที่ 3 หมายถึง ไม่ควรตั้งเบรคให้แน่นเกิน 3 กิโลกรัม ซึ่งถ้าตั้งไว้มากกว่านั้น บ่อย ๆ เข้า จะเกิดความเสียหายกับกลไกภายใน ด้วยเหตุนี้ก่อนใช้งานทุกครั้งจึงจำเป็นต้องมีการเซ็ตเบรคหรือสายก่อนนั่นเอง

แชร์ :